ระบบ Fire Alarm คืออะไร? หลักการทำงาน ประเภท และความสำคัญที่ทุกอาคารควรรู้
ระบบ Fire Alarm คืออะไร
ระบบ Fire Alarm (Fire Detection and Alarm System) หรือ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้อัตโนมัติ เป็นระบบที่ทำหน้าที่ตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น พร้อมแจ้งเตือนผู้ที่อยู่ภายในอาคารให้สามารถอพยพได้อย่างปลอดภัย และส่งสัญญาณไปยังระบบป้องกันอัคคีภัยอื่น ๆ เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ปัจจุบันระบบ Fire Alarm ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล ศูนย์การค้า คลังสินค้า หรืออาคารสูง
หลักการทำงานของระบบ Fire Alarm
ระบบ Fire Alarm จะทำงานตามลำดับดังนี้
- อุปกรณ์ตรวจจับ (Detector) ตรวจพบควัน ความร้อน หรือเปลวไฟ
- ส่งสัญญาณไปยังตู้ควบคุม (Fire Alarm Control Panel)
- ตู้ควบคุมประมวลผลและตรวจสอบความถูกต้อง
- สั่งงานอุปกรณ์แจ้งเตือน เช่น
- กระดิ่ง (Bell)
- Horn
- Horn/Strobe
- ไฟกระพริบ
- Voice Evacuation
- ส่งคำสั่งไปยังระบบอื่นภายในอาคาร เช่น
- ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
- ระบบควบคุมควัน
- ระบบปิดลิฟต์
- ระบบเปิดประตูหนีไฟ
- ระบบ BAS/BMS
- ระบบแจ้งเหตุไปยังศูนย์ควบคุม
องค์ประกอบหลักของระบบ Fire Alarm
1. Fire Alarm Control Panel (FACP)
เป็นหัวใจของระบบ ทำหน้าที่รับสัญญาณจากอุปกรณ์ทั้งหมด วิเคราะห์เหตุการณ์ และสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ
ตัวอย่างยี่ห้อที่นิยม ได้แก่
- NOTIFIER
- Honeywell
- Siemens
- Edwards
- Simplex
- Nohmi
- Hochiki
- GST
2. Smoke Detector
ตรวจจับอนุภาคควันที่เกิดจากการเผาไหม้
เหมาะสำหรับ
- สำนักงาน
- โรงแรม
- ห้องประชุม
- ห้องพัก
- อาคารทั่วไป
ข้อดี
- ตรวจพบไฟได้รวดเร็ว
- เหมาะกับไฟที่เกิดควันก่อน
3. Heat Detector
ตรวจจับอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ
เหมาะสำหรับ
- ห้องครัว
- ห้องเครื่อง
- โรงงาน
- ห้อง Boiler
มีทั้ง
- Fixed Temperature
- Rate of Rise
4. Beam Detector
ใช้ลำแสงอินฟราเรดตรวจจับควัน
เหมาะสำหรับ
- คลังสินค้า
- โกดัง
- โรงงาน
- อาคารเพดานสูง
5. Flame Detector
ตรวจจับรังสีจากเปลวไฟ
เหมาะกับพื้นที่ที่มีของเหลวไวไฟ เช่น
- Tank Farm
- Oil & Gas
- Chemical Plant
6. Manual Call Point (MCP)
อุปกรณ์สำหรับกดแจ้งเหตุเพลิงไหม้ด้วยมือเมื่อพบเหตุการณ์
ควรติดตั้งบริเวณ
- ทางออก
- บันไดหนีไฟ
- จุดที่เข้าถึงง่าย
7. Notification Appliance
อุปกรณ์แจ้งเตือน เช่น
- Bell
- Horn
- Strobe
- Horn/Strobe
- Speaker
มีหน้าที่แจ้งให้ผู้ใช้อาคารทราบและเริ่มอพยพทันที
ประเภทของระบบ Fire Alarm
Conventional Fire Alarm
ระบบแบ่งพื้นที่เป็น Zone
ข้อดี
- ราคาประหยัด
- เหมาะกับอาคารขนาดเล็ก
ข้อจำกัด
- ไม่ทราบตำแหน่งอุปกรณ์ที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
Addressable Fire Alarm
อุปกรณ์ทุกตัวมี Address เฉพาะ
ข้อดี
- ระบุตำแหน่งได้แม่นยำ
- ตรวจสอบง่าย
- ลดเวลาในการค้นหาจุดเกิดเหตุ
- เหมาะกับอาคารขนาดใหญ่
ปัจจุบันเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
Intelligent Fire Alarm
เป็นระบบ Addressable ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของ Detector ได้
เช่น
- ความสกปรกของ Detector
- ค่า Sensitivity
- ประวัติ Alarm
- ประวัติ Trouble
- การแจ้งเตือนก่อนอุปกรณ์เสีย
ช่วยลด False Alarm ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Fire Alarm สามารถเชื่อมต่อกับระบบอะไรได้บ้าง
ระบบ Fire Alarm สามารถทำงานร่วมกับ
- Fire Pump
- Sprinkler System
- Deluge System
- Clean Agent System
- Smoke Control System
- Stair Pressurization
- Elevator Recall
- Door Access Control
- HVAC Shutdown
- Public Address
- Building Automation System (BAS/BMS)
- SCADA
- Modbus
- BACnet
ทำให้สามารถบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Fire Alarm ต้องตรวจสอบบำรุงรักษาหรือไม่
คำตอบคือ จำเป็นอย่างยิ่ง
การตรวจสอบและบำรุงรักษาช่วยให้ระบบพร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุจริง ลดโอกาสเกิด False Alarm และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
งานบำรุงรักษาโดยทั่วไปประกอบด้วย
- ทดสอบ Smoke Detector
- ทดสอบ Heat Detector
- ทดสอบ Manual Call Point
- ทดสอบ Bell และ Horn
- ทดสอบ Strobe
- ตรวจสอบ Fire Alarm Panel
- ตรวจสอบแบตเตอรี่สำรอง
- ตรวจสอบสายสัญญาณ
- ตรวจสอบ Module
- ตรวจสอบ Loop Resistance
- ตรวจสอบ Ground Fault
- ทดสอบการเชื่อมต่อกับระบบดับเพลิงและระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินงานควรเป็นไปตามมาตรฐานและคู่มือของผู้ผลิต รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น NFPA 72 หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่มีอำนาจ
ประโยชน์ของระบบ Fire Alarm
- แจ้งเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว
- ลดการสูญเสียชีวิต
- ลดความเสียหายต่อทรัพย์สิน
- ลดระยะเวลาการตอบสนองของเจ้าหน้าที่
- ช่วยให้การอพยพเป็นระบบ
- เชื่อมโยงกับระบบป้องกันอัคคีภัยอื่นได้
- เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้อาคารและผู้ประกอบการ
สรุป
ระบบ Fire Alarm ไม่ได้มีหน้าที่เพียงส่งเสียงเตือนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ แต่เป็นศูนย์กลางของระบบป้องกันอัคคีภัยทั้งอาคาร ทำหน้าที่ตรวจจับ วิเคราะห์ แจ้งเตือน และสั่งงานระบบต่าง ๆ เพื่อให้การอพยพและการควบคุมเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
การเลือกใช้ระบบที่เหมาะสม การออกแบบตามมาตรฐาน และการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ระบบพร้อมทำงานเมื่อเกิดเหตุจริง ลดความสูญเสีย และเพิ่มความปลอดภัยให้กับอาคารในระยะยาว